เบต้าแคโรทีน

เบต้าแคโรทีนนั้นเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ (โปรวิตามินเอ) ที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการรักษาสุขภาพพร้อมกับเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายของเราแข็งแรง ซึ่งปกติแล้วนั้นร่างกายของเราสามารถที่จะเปลี่ยนเอาเบต้าแคโรทีนไปเป็นวิตามินเอได้ตามปริมาณที่ร่างกายของเราต้องการ และที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนั้นก็คือเบต้าแคโรทีนยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระแถมยังพบอีกด้วยว่าสามารถลดอัตราความสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โดยในสมัยนี้ได้มีการนิยมนำเอาเบต้าแคโรทีนไปผสมลงในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมหลากหลายชนิด ซึ่งส่วนใหญ่จะนำไปผสมกลมกลืนกับวิตามินและเกลือแร่ชนิดอื่นอีกหลายตัวเพื่อช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายของเรา

นอกจากนี้แล้วเบตาแคโรทีนยังเป็นอีกหนึ่งสารอาหารที่สาวๆ ทั้งหลายต่างนิยมชมชอบกันเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากสามารถช่วยป้องกันผิวของเราให้พ้นจากอันตรายของรังสีอัลตราไวโอเลตที่มากับแสงแดดจึงทำให้ผิวของสาวๆ มีสุขภาพดีไร้ริ้วรอยอ่อนเยาว์กว่าวัยแลดูสดใสอยู่เสมอ ขณะเดียวกันนั้นก็ยังช่วยให้เราสามารถมองเห็นในที่มืดได้ดีรวมไปถึงลดความเสิ่อมของเซลล์ลูกตาพร้อมกับลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจกอีกด้วย และยังช่วยรักษาสภาพปกติของเซลล์เยื่อบุตาขาว, กระจกตา, ช่องปาก, ทางเดินอาหาร, ทางเดินหายใจ, ทางเดินปัสสาวะรวมทั้งยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดีเยี่ยม แถมยังสามารถลดความเสี่ยงต่อภาวะมะเร็งจากสารต้านอนุมูลอิสระที่เข้าไปลดปริมาณอนุมูลอิสระในร่างกายก็เท่ากับเป็นการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งไปในตัว และยังมีการศึกษาพบอีกว่าเบต้าแคโรทีนให้ผลในการกระตุ้นเซลล์ภูมิต้านทานในร่างกายที่ชื่อ “ที-เฮลเปอร์” ให้ทำงานต้านสิ่งแปลกปลอมได้ดียิ่งขึ้นจนเป็นผลดีต่อผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง

ทางด้านอาหารที่พบเบต้าแคโรทีนมากที่สุดนั้นต้องยกให้กับจำพวกผักและผลไม้ที่มีสีส้ม, เหลืองและแดงเนื่องจากเบต้าแคโรทีนคือตัวการที่ทำให้ปลูกผักและผลไม้ที่มีสีสันดังกล่าวได้เป็นอย่างดีนั่นก็อาทิเช่นแครอท, ฟักทอง, หน่อไม้ฝรั่ง, ข้าวโพดอ่อน, แตงโม, แคนตาลูป, มะละกอสุก รวมไปถึงผักที่มีสีเขียวอย่างบร็อกโคลี่, มะระ, ผักบุ้ง, ต้นหอม, ผักคะน้า, ตำลึง

ส่วนปริมาณการทานวิตามินเอเพื่อรักษาสุขภาพโดยทั่วไปนั้นอยู่ที่ 5,000 หน่วยสากล (IU) ซึ่งเทียบเท่ากับเบต้าแคโรทีนเพียงแค่ 3 มิลลิกรัมเท่านั้นเอง ขณะเดียวกันนั้นสำหรับผู้ที่ทานเบต้าแคโรทีนเพื่อรักษาสุขภาพให้แข็งแรงนั้นต้องการต่อวันที่ 15 มิลลิกรัม และหากอยากทานเบต้าแคโรทีนเพื่อหวังผลในการรักษาอาการเจ็บป่วยหรือโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ แล้วล่ะก็คงต้องได้รับในปริมาณที่มากกว่านี้ขึ้นไปอีก

แม้ว่ายังไม่มีการศึกษาค้นพบว่าการขาดเบต้าแคโรทีนแล้วนั้นจะมีผลกระทบต่อร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง แต่ที่แน่ๆ ก็คือหากเราทานเบต้าแคโรทีนเข้าไปมากจนเกินไปแล้วล่ะก็ขอบอกได้เลยว่าอันตรายไม่น้อยเนื่องจากเบต้าแคโรทีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เมื่อร่างกายได้รับในปริมาณที่มากเกินความต้องการมันจะหันกลับไปทำหน้าที่ตรงกันข้ามแทนนั่นก็คือจะกลายเป็นสารที่ส่งเสริมให้เกิดอนุมูลอิสระแทนนั่นเอง ทำให้การทานเบต้าแคโรทีนมากจนเกินไปอาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เราทานเบต้าแคโรทีนเข้าไปในรูปของอาหารเสริมนั้นมันยิ่งเสี่ยงเพิ่มมากยิ่งขึ้นเข้าไปอีก ขณะที่การทานเบต้าแคโรทีนแบบอาหารตามธรรมชาติทั่วไปนั้นไม่มีวันที่จะได้รับเกินขนาดอย่างแน่นอนเนื่องจากโอกาสที่เราจะทานอาหารอย่างมะละกอสุก, ฟักทองและตำลึงในปริมาณที่มากๆ นั้นมันเป็นไปได้ยากอย่างมากเลยทีเดียวเพราะว่าเราจะอิ่มก่อนที่จะได้รับปริมาณเกินควรนั่นเอง