แมกนีเซียม

แมกนีเซียมจัดได้ว่าเป็นสารอาหารประเภทเกลือแร่ชนิดหนึ่งที่จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับเกลือแร่ที่มีอยู่ภายในร่างกายและมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อร่างกายของเรา โดยเฉพาะในโครงสร้างของกระดูกของเรานั้นมีแมกนีเซียมเป็นองค์ประกอบประมาณ 25 กรัมหรืออาจจะมากกว่านั้น และเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ต่างๆ ทั้งกล้ามเนื้อสมองและเนื้อเยื่อต่างๆ ขณะเดียวกันนั้นแมกนีเซียมส่วนใหญ่ในร่างกายเกินกว่าครึ่งจะพบในกระดูกและที่เหลือจะพบตามเนื้อเยื่ออ่อนและของเหลวภายในร่างกาย และแมกนีเซียมมักจะอยู่ในของเหลวที่อยู่ภายในเซลล์เช่นเดียวกับโพแทสเซียม ซึ่งประมาณ 35% ของแมกนีเซียมในเลือดจะรวมอยู่กับโปรตีน ส่วนเด็กแรกเกิดแม้จะมีแมกนีเซียมต่ำแต่ก็จะมีเพิ่มมากขึ้นมาเขาเจริญเติบโตขึ้นนั่นเอง

สำหรับประโยชน์ของแมกนีเซียมนั้นมันมีนานับประการแต่ที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งยวดเลยนั่นก็คือช่วยในการเจริญเติบโตของลูกน้อยเพราะว่านอกจากแมกนีเซียมจะช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงและรักษาจังหวะการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติแล้วนั้นมันยังเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันพร้อมกับช่วยพัฒนากล้ามเนื้อและระบบประสาทอีกด้วย ขณะเดียวกันนั้นก็ยังทำหน้าที่ในการส่งผ่านกระแสประสาทจึงทำให้ช่วยบรรเทาอาการทางด้านสมองอาทิเครียด, ไมเกรนและซึมเศร้า รวมทั้งยังมีความสำคัญตรงที่เป็นตัวช่วยในการสะสมแคลเซียมเข้ากระดูกและลดความรุนแรงของโรคหัวใจวายเรื้อรัง นอกจากนี้ยังอาจป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจด้วยการไปลดความดันโลหิตให้ต่ำลงพร้อมกับป้องกันการเกาะของคอเลสเตอรอลในหลอดเลือดแดงรวมไปถึงช่วยการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ และช่วยในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการต้านทานความหนาว ซึ่งหากเราอยู่ในสถานที่มีอากาศเย็นแล้วล่ะก็ความต้องการแมกนีเซียมของเรานั้นมันก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

ทางด้านอาหารที่มักจะพบแมกนีเซียมได้นั้นมันก็จะอยู่ในถั่วและพืชตระกูลถั่ว รวมทั้งยังมีในนมและผักผลไม้บางชนิดอย่างเช่นมะม่วงหิมพานต์, ถั่วลิสงอบแห้ง, ถั่วเหลืองสุก, ผักโขมสุก, ปลาตาเดียว, เนยถั่วชนิดเนื้อละเอียด, ลูกเกด, ขนมปังโฮลวีท, ถั่วตาดำ, โยเกิร์ตพร่องมันเนยรสธรรมชาติ, ข้าวกล้อง, ถั่วเลนทิล, เนื้ออโวคาโด, ถั่วแดง, ถั่วลาย, นมช็อกโกแลต, กล้วย, นมพร่อมมันเนยหรือขาดมันเนย, รำข้าวสาลีและจมูกข้าวสาลี

สำหรับปริมาณแมกนีเซียมที่ทางร่างกายของเราต้องการในแต่ละวันนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงวัยโดยอายุตั้งแต่ 1-3 ปีต้องการที่ 60 มิลลิกรัมต่อวัน และอายุระหว่าง 4-5 ปีตกอยู่ที่ 80 มิลลิกรัม ขณะที่อายุ 6-8 ปีเพิ่มเป็น 120 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนเด็กโตนั้นต้องการวันละ 150-250 มิลลิกรัม และผู้ใหญ่ต้องการตกวันละ 350-450 มิลลิกรัม ทางด้านสตรีมีครรภ์และอยู่ในระยะที่ต้องให้นมบุตรนั้นต้องการในปริมาณมากถึง 450-600 กรัมเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามอาหารทั่วไปก็มีแมกนีเซียมอยู่ราวๆ 300-800 มิลลิกรัมก็เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวันแล้วล่ะ

ขณะเดียวกันนั้นผู้ที่เสี่ยงต่อการขาดแมกนีเซียมนั้นก็ได้แก่บรรดาคอเหล้าคอเบียร์และผู้ที่ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมไปถึงผู้ที่มีภาวะเครียดเนื่องจากความเครียดทำให้แมกนีเซียมถูกใช้มากขึ้นหลายเท่าตัว และเนื้อกับอาหารที่ผ่านกรรมวิธีปรุงแต่งหรือน้ำอัดลมก็ล้วนแล้วแต่มีส่วนผสมของฟอสฟอรัสมากจนไปขัดขวางการดูดซึมแมกนีเซียม นอกจากนี้ผู้ที่ใช้ยาขับปัสสาวะก็มีส่วนทำให้ขาดแมกนีเซียมได้เช่นเดียวกับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน และผู้ที่ใช้ยารักษามะเร็งรวมทั้งผู้ที่มีระบบดูดซึมอาหารไม่ดีและมีอาการคลื่นไส้อาเจียนเรื้อรัง

หากร่างกายของเรานั้นขาดแมกนีเซียมหรือได้รับเข้าไปในปริมาณไม่เพียงพอแล้วล่ะก็จะทำให้ร่างกายของเรานั้นเก็บสะสมพลังงานเอาไว้ไม่ได้และสังเคราะห์ฮอร์โมนเพศไม่ได้รวมไปถึงเลือดแข็งตัวช้า นอกจากนี้ยังมีผลทำให้ภูมิคุ้มกันโรคภายในร่างกายนั้นต่ำลงไปอีกด้วย ขณะเดียวกันนั้นระบบกล้ามเนื้อและระบบการย่อยอาหารก็จะทำงานผิดปกติ เช่นเดียวกับการที่ระบบประสาทจะถูกทำลายและกระดูกอ่อนลงจนร่างกายรับน้ำหนักตัวเองไม่ไหวแล้วร่างกายเองก็จะไม่สามารถสร้างโปรตีนขึ้นมาทดแทนได้จากปกติ

แต่ถ้าเราได้รับแมกนีเซียมเข้าสู่ร่างกายมากเกินไปมันก็จะทำให้เกิดเป็นอันตรายขึ้นได้จากอาการเบื้องต้นที่พบได้ส่วนใหญ่นั่นก็คือปวดท้องและท้องเสีย รวมไปจนถึงในบางรายที่รุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า “แมกนีเซียมเป็นพิษ” ได้เลยทีเดียว ซึ่งสืบเนื่องมาจากการที่เมื่อเราได้รับแมกนีเซียมเข้าไปมากเกินควรแล้วนั้นไตของเราก็จะทำหน้าที่ขับมันออกมาจากร่างกาย แต่ที่เหตุเป็นเช่นนั้นก็เพราะเป็นคนที่มีโรคไตได้รับแมกนีเซียมมากไปจนอาจขับออกมาได้ไม่เพียงพอ